IDEO Q จุฬา สามย่าน ใกล้ MRT ติดทำเลทอง

IDEO Q จุฬา สามย่าน ใกล้ MRT

img-project-large-14-540x360

Ideo Q จุฬาฯ – สามย่าน

Ananda Development Co., Ltd.

High Class 2013

คอนโด High Rise 1 อาคาร 40 ชั้น 1,605 ยูนิต

ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 69 ยูนิต (รวมสองอาคาร)

ที่ดินประมาณ 5-3-59.80 ไร่

จำนวนที่จอดรถ 629 คัน คิดเป็น 40%

Studio ขนาด 21 – 28.5 ตารางเมตร

1 Bedroom ขนาด 33.50 – 34.00 ตารางเมตร
2 Bedrooms ขนาด 47.00 – 50.00 ตารางเมตร
2 Bedrooms แบบ Duplex ขนาด 66 ตารางเมตร

ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ย 140,000 – 160,000 บาทต่อตารางเมตร

IDEO Q สามย่าน โครงการคอนโดมิเนียม HIgh Rise บนถนนพระราม 4 จาก อนันดา

สำหรับผู้ที่สนใจจะลงประกาศ ขาย หรือ ซื้อ ใน IDEO Q จุฬา สามย่าน

Perfect Place Windmill Avenue รามอินทรา

8408_4989

เพอร์เฟค เพลส วินด์มิลล์ อเวนิว

รามอินทรา-วงแหวน

20160724042732_21792

 

ค่ายพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เพิ่งจัดงานพรีเซลไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 9-10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม สำหรับโครงการเพอร์เฟค เพลส วินด์มิลล์ อเวนิว รามอินทรา-วงแหวน (Perfect Place Windmill Avenue) โครงการบ้านเดี่ยว สไตล์ยุโรปในบรรยากาศ Windmill ที่ชูคอนเซ็ปต์ของการเป็นบ้านเพื่อการพักผ่อนที่นำแรงบันดาลใจจากเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม น่าอยู่ที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Livable European City มาออกแบบเป็นบ้านรูปทรงอบอุ่น สีสันอ่อนหวาน สวยงาม ในบรรยากาศการตกแต่งภายในโครงการให้กลายเป็นดินแดนแห่งทุ่งดอกไม้ โดยนำสัญลักษณ์ของสถานที่สำคัญต่างๆในยุโรปตะวันตก เช่น เนเธอแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี ทั้งกังหันลม สวนสาธารณะกลิ่นอายยุโรป ให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแบบวิลด์มิลล์ที่สมบูรณ์แบบ ณ จุดนี้เฟสแรกทำการเปิดขายแล้วจำนวน 37 ยูนิต พร้อม Sale Gallerry …ทาง Livinginsider จึงขออาสาพาชมโครงการแบบสดๆ ร้อนๆ ที่โครงการกันเลยคะ

สนใจอ่านรีวิวได้ที่ : Perfect Place Windmill Avenue รามอินทรา

สนใจลงประกาศ หรือ หา คอนโด ย่าน อื่นๆ

กูรู้ กูรู พารวย …………ได้จริงหรือ

“โครตรวย อสังหาฯ”

“รวยด้วยอสังหา โดยไม่ใช้ตังจั๊กบาท”

“ปั่นเงินด้วยอสังหา”

“เจ้าพ่อคอนโดเงินล้าน”

“จากกรรมกรสู่เศรษฐีคอนโด”

“อสังหา 9 เด้ง จาก 5 บาท สู่ 500 ล้าน “


หลายท่านอาจเคยเห็นหนังสือหรือคอร์สสัมมนา คล้ายๆแบบนี้

ยุคที่ใครๆก็อยากรวย อยากเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ถ้าท่านไม่ได้มีความรู้ มีประสบการณ์ ใครล่ะจะช่วยท่านได้ นอกจาก ผู้มีประสบการณ์ อันเอกอุ หรือ ที่เขาเรียกตัวเอง หลายแบบ

ไม่ว่าจะเป็น Guru, Coach, Master, Expert, Blogger ฯลฯ แน่นอนล่ะครับ ใครๆก็อยากรวย แล้วรวยจากอสังหาฯเนี่ย

มันดูเท่ห์โครตๆนะ แบบว่าเวลาใครถามว่า พี่ทำธุรกิจอะไรคะ ? 

อ๋อ ผมทำอสังหาฯอะครับ (เก๊กเสียงเท่ห์ๆหน่อย) แหม๋ มันดูเจ๋งจริงๆ

ในยุค 4G นี้หลายคนจะรับรู้ข่าวสารได้รวดเร็วขึ้น ทำให้เกิดกระแสสังคมในโลกโซเชียลของผู้ประสบความสำเร็จกับการลงทุนต่างๆ ทำให้หลายๆคน คิดมาลงทุนกันมากขึ้น ไม่ว่าจะหุ้น ทอง อสังหาฯ

เมื่อเกิดผู้สนใจมากขึ้นก็มีผู้ที่เห็นช่องทางในการหารายได้ด้วยการสอน ประสบการณ์ของตัวเอง หรืออาจมีผู้ประกอบการจ้างบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดเหล่านั้นมาทำการตลาด ให้ ทั้งในรูปของการจัดสัมนา

การลงเรียนเป็นคอร์สต่างๆ หรือ การพาทัวร์ดูอสังหาฯ เพื่อการลงทุน  ยุคนี้จึงเกิด กูรู โค้ช อาจารย์ ฯลฯ ขึ้นเยอะมากๆ

สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์หรือความรู้ในเรื่องใดๆ เมื่อมี คนที่ดูเหมือนมีประสบการณ์มาบอกเราส่วนใหญ่แล้ว เราก็มักจะเชื่อว่าจริงและคล้อยตามความคิดเค้าเกือบหมด

กูรู หลายคน ก็เป็นผู้มีประสบการณ์การลงทุนด้านนี้ อาจถึงขั้นประสบความสำเร็จมากๆ แต่ก็มีกูรูบางคนที่ลงทุนแค่ไม่กี่ที่ หรือ อาจเป็นแค่นักเก็งกำไรใบจอง ที่บังเอิญประสบความสำเร็จกับบางที่แล้วคิดเข้าข้างตัวเองว่าเก่งแล้ว

บางคนบอกพอร์ตมีเป็น 100 ล้าน แต่ มีห้องที่โอนจริงๆรวมกันไม่ถึง 5 ล้าน ที่สำคัญกู้ธนาคารมาด้วย ส่วนที่นับเป็น 100 ล้านคือนับราคารวมของห้องที่ตัวเองถือใบจองหรือผ่อนดาวน์ไว้เข้ามารวมทั้ง ที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์

แล้วแบบนี้จริงๆมันควรเรียกว่าพอร์ต 100 ล้านหรือท่าน การนับมูลค่าพอร์ตควรจะนับอสังหาฯที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองโดยปลอดภาระ ไม่ใช่นับแบบนั้นแล้วเอามาโชว์ชาวบ้านเค้า

อีกอย่างการอ้างดังกล่าวว่าพอร์ตมีคอนโดเยอะแค่ไหน ก็ไม่สามารถพิสูจน์กันได้  หลายคนที่เจอกูรูเหล่านี้บอกตัวเลขเยอะๆ ก็รู้สึกว่าท่านนั้นประสบความสำเร็จและน่าเชื่อถือ พูดอะไรก็สนุกก็ตื่นเต้น เชื่อไปหมด

สิ่งที่น่ากลัวของกูรูเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องการเสียเงินให้ค่าคอร์สหรือ สัมมนา เพราะนั่นแค่ไม่กี่บาท แต่ที่น่ากลัวคือ กูรูเหล่านี้จะหาทางปล่อยขายห้องที่ตัวเองซื้อ หรือ มาร่วมมือกับเจ้าของโครงการทำเป็นจัดสัมนาหรือทัวร์เพื่อการลงทุน

โดยหลังการสัมนา กูรูจะแนะนำให้ไปซื้อกับโครงการเหล่านั้น สังเกตง่ายๆโครงการที่ขายมักจะมีการการันตีค่าเช่า เพื่อดึงดูดให้น่าลงทุน ถ้าผู้เข้าสัมนาซื้อห้องจากโครงการทางกูรูก็จะได้ผลตอบแทนจากโครงการด้วย

“ประโยคหากินทีเด็ดของกูรู”

“รวยด้วยอสังหา โดยไม่ใช้ตังตัวเองจั๊กบาท”

มันมีจริงที่ไหน แค่เดินเข้าไปก็ต้องจองก่อน ไม่มีเงินซักบาท ใครจะให้จอง

ทริคส่วนใหญ่ของกูรูคือจะบอกว่า กู้ได้ 100% ก็เหมือนไม่ได้ใช้เงิน แล้วรีบหาคนเช่ามาผ่อนธนาคารแทนเรา

ท่านครับ ท่านคิดว่าค่าผ่อนกับค่าเช่ามันพอดีกันเหรอ แล้วห้องจะได้ผู้เช่าทันทีเลยเหรอ แล้วจะไม่แต่งห้องเหรอ เอาเงินไหนแต่ง

ถ้าไม่มีคนเช่าทันทีเอาเงินไหนผ่อน  อ้าว….. เงินใคร คิดๆๆๆๆๆ เงินเรานี่หว่า แล้วมันไม่ใช้เงินซักบาทยังไงหว่า

บางคนซื้อมาก็กลัวไม่มีคนเช่า พอถามกูรู ว่าจะมีความเสี่ยงมั้ย กูรูจะตอบว่านี่มันย่านในเมืองไม่ต้องห่วงยังไงไงรอไม่นานก็มีคนเช้าแน่นอน อย่ากังวล ไม่เสี่ยงแน่นอน สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องอสังหาฯมากนักก็หลงเชื่อคำพูด แต่จริงๆแล้ว

การที่คอนโดไหนจะมีสภาพคล่องของการให้เช่าได้ดีนั้น ไม่ใช่คอนโดที่อยู่ในเมืองเท่านั้นมันมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย

โลเคชั่นที่มีดีมานด์มันมีจุดของมัน ถ้ามันก่อขึ้นมาแล้วมันจะติดตลาดอยู่แค่ตรงนั้น จุดนี้ต้องคนมีประสบการณ์หรือคนที่อยู่ย่านนั้นจะรู้ดี ยกตัวอย่างเช่น ย่านทองหล่อ หลายคนนึกว่าถ้าติดรถไฟฟ้าจะมีดีมานด์คนต้องการเช่าสูง

แต่จริงๆไม่ใช่ คนเช่าย่านทองหล่อส่วนใหญ่ เค้าจะชอบเช่ากลางๆซอย แถวมาร์เก็ตเพลส หรือ เจ อเวนิว เพราะคนแถวนั้นไม่ใช้รถไฟฟ้า ถ้าญี่ปุ่นก็จะมีคนขับรถ ส่วนคนไทยก็แน่นอนคอนโดเกือบ 10 ล้าน ไม่นั่งรถฟ้าแน่นอนถ้าไม่จำเป็น

ดังนั้นเค้าจึงชอบกลางซอยที่มันมีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกินและเจริญหู เจริญตากว่า ดังนั้นถ้าคุณไปซื้อติดรถไฟฟ้าตรงทองหล่อ (ฝั่งสุขุมวิท 36-38) บางทีอาจทำให้ห้องคุณว่างนาน เพราะไม่มีคนเช่าหรือขายต่อลำบาก

หรือในย่านสาธร ถ้าฟังชื่อหลายคนคงมองว่าย่านกลางเมืองแบบนี้ต้องให้เช่าและขายดีแน่ แต่ใครเคยมีคอนโดแถวนี้จะรู้ คนในวงการเรียกย่านสาธรว่าย่านปราบเซียน เพราะ สภาพคล่องค่อนข้างต่ำแม้จะดูเหมือนอยู่กลางเมือง

เหตุผลหลักก็เพราะว่า ย่านนี้ไม่มีไลฟ์สไตล์ ไม่มีห้าง มีแต่ออฟฟิศ เสาร์อาทิตย์ยังกะเมืองร้าง คนจึงไม่อยากมาอยู่กันเท่าไร ถึงตอนนั้นห้องที่โดนกูรูแนะให้ซื้อมา อาจจะต้องผ่อนเสียดอกให้ธนาคารไปเรื่อยๆเพราะห้องไม่มีคนเช่า

อ้าวไหนว่าไม่ต้องออกเงินซักบาท !!!  ในแต่ละย่านมันมีดีมานด์และอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งต้องคนที่มีประสบการณ์จริงๆเท่านั้นถึงจะมองออกว่าจุดไหน ดังนั้น อย่าพึงเชื่ออะไร ลองค้นคว้าหาข้อมูลก่อน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : กูรูพารวยได้จริงหรือ?

สนใจลงประกาศ หรือ หา คอนโด ย่าน อื่นๆ

มาทำความรู้จักกับสินเชื่อกัน

มาทำความรู้จักกับสินเชื่อกัน

ระบบสินเชื่อเปรียบเสมือนเพื่อนที่ดูแล แก้ปัญหาทางการเงินให้เราได้เป็นอย่างดีก่อนจะอยู่ในฐานะผู้กู้ต้องทำความเข้าใจและรู้ว่ากำลังจะเป็นผู้กูประเภทไหน เพราะสินเชื่อมีด้วยกันหลายประเภท แบ่งได้ดังต่อไปนี้
1. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามระยะเวลา
1.1 สินเชื่อระยะสั้น คือ สินเชื่อที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เช่น 
สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อการค้า เครื่องมือสินเชื่อประเภทนี้ เช่น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) และตราสารพาณิชย์ (Commercial Papers) เป็นต้น
1.2 สินเชื่อระยะกลาง คือ สินเชื่อที่มีอายุระหว่าง 1-5 ปี เช่น การผ่อนส่งการซื้อสินค้าคงทน เป็นต้น
1.3 สินเชื่อระยะยาว คือ สินเชื่อที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปเป็นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินจำนวนมาก หรือเป็นการบริโภคสินค้าคงทนที่มีมูลค่าสูงมาก เช่น บ้านและที่ดิน เป็นต้น
2. การแบ่งประเภทของสินเชื่อตามวัตถุประสงค์
2.1 สินเชื่อเพื่อการบริโภค หมายถึง สินเชื่อที่ให้กับบุคคล เพื่อประโยชน์ในการนำมาบริโภค สินเชื่อประเภทนี้อาจเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น การเปิดบัญชีไว้กับร้านอาหาร เมื่อถึงสิ้นเดือนจึงชำระครั้งเดียว การผ่อนส่งจากการซื้อสินค้าโดยเฉพาะสินค้าคงทน เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ รถยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้สินเชื่อจากบัตรเครดิตก็เป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภคเช่นกัน
2.2 สินเชื่อเพื่อการลงทุน อาจเป็นสินเชื่อเพื่อการจัดหาปัจจัยการผลิตหรือสินทรัพย์ถาวรต่าง ๆ เพื่อใช้ในการดำเนินการผลิตไม่ว่าจะเป็นในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบริการ สินเชื่อประเภทนี้มักเป็นสินเชื่อระยะยาวอาจอยู่ในรูปของการออกหุ้นกู้ หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
2.3 สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์หรือสินเชื่อการค้า โดยทั่วไปเป็นสินเชื่อเพื่อการซื้อขายสินค้าประเภทวัตถุดิบ หรือการซื้อสินค้ามาจำหน่ายต่อ เป็นการรับสินค้ามาก่อน แล้วค่อยชำระค่าสินค้าภายหลังโดยทั่วไปจะเป็นสินเชื่อระยะสั้น เช่น 30-60 วัน เป็นสินเชื่อที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่การทำธุรกิจ ทั้งนี้รวมไปถึงการออก Letter of Credit เพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงในการชำระค่าสินค้าจากการซื้อขายระหว่างประเทศด้วย
3. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามผู้ขอรับสินเชื่อ
3.1 สินเชื่อสำหรับบุคคล มักเป็นสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น
3.2 สินเชื่อสำหรับธุรกิจ เป็นสินเชื่อสำหรับกิจการห้างร้านไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อลงทุนเพื่อการผลิตหรือเป็นเงินทุน หมุนเวียนในการดำเนินงาน
3.3 สินเชื่อสำหรับรัฐบาล ในยามที่รัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอแก่รายจ่ายหน่วยงานภาครัฐ จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงิน ซึ่งอาจอยู่ในรูปของตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และพันธบัตรรัฐบาลรูปแบบต่าง ๆ เช่น พันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และพันธบัตรออมทรัพย์ เป็นต้น
4. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามผู้ให้สินเชื่อ
4.1 บุคคลเป็นผู้ให้ เช่น การให้กู้ยืมในหมู่คนรู้จัก ญาติ พี่น้อง หรือการปล่อยกู้นอกระบบ เป็นต้น
4.2 สถาบันการเงินเป็นผู้ให้ ซึ่งสถาบันการเงินก็มีหลายประเภทและอาจตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เงื่อนไขและประเภทของวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อก็อาจแตกต่างกันไป สถาบันการเงินเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามและสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น
4.3 หน่วยงานอื่นๆ เป็นผู้ให้ เช่น มูลนิธิ องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร หน่วยงานการกุศล และกองทุนต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน เป็นต้น
5. การแบ่งประเภทสินเชื่อตามหลักประกัน
5.1 สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน สินเชื่อประเภทนี้อาศัยความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นเครื่องพิจารณาการให้สินเชื่อ สินเชื่อประเภทนี้จึงมีความเสี่ยงสูงเพราะไม่มีหลักประกันให้แก่ผู้ให้กู้ในกรณีที่เกิดการผิดสัญญาขึ้น
5.2 สินเชื่อที่มีหลักประกัน สินเชื่อประเภทนี้มีความเสียงต่ำกว่าเนื่องจากผู้กู้มีหลักประกันแก่ผู้ให้กู้เพื่อชดใช้ความเสียหายหากเกิดการผิดสัญญาขึ้น โดยหลักประกันดังกล่าวอาจอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ เช่น การจำนองที่ดิน สังหาริมทรัพย์ เช่น พันธบัตร ทองคำ หรืออยู่ในรูปของการค้ำประกันจากบุคคลหรือสถาบันการเงินก็ได้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: มาทำความรู้จักกับสินเชื่อกัน

อารมณ์หลอกเหตุผล

อารมณ์หลอกเหตุผล

สำหรับผม พอว่างๆ เปิดดูเว็บขายอสังหาฯ ดูงบการเงินหุ้น เปิดเว็บศึกษาหาหุ้นดีๆตอนผมลงทุนแรกๆ แอบสงสัยเหมือนกันนะ นี่เราหมกมุ่นจนผิดปกติปะเนี่ย” (แอบสงสัยตัวเองเบาๆ)
จุดประสงค์ในการมองหาการลงทุน จริงๆ จะบอกว่าทำเพราะอยากได้เงิน ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะเวลาว่างๆ นั่งดูไปเรื่อยๆ ก็มีความสุขดี ทั้งๆ ที่บ่อยครั้ง ดูทั้งอาทิตย์แต่ไม่เจออะไรลงทุนได้เลย … บางครั้งยิ่งหนักครับ ผมเคยซื้อทั้งหุ้นทั้งคอนโดไปจนเงินสดหมด ผมก็ยังมองหาคอนโด ดีๆ เวลาว่างๆ  เอ่อ… ทำไปทำไม เนอะ
ผมก็ทำมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นกิจวัตร และก็ได้พบว่ารอดไป เราน่าจะปกติ ในโลกของการลงทุนมีคนแบบเราเพียบ คนที่การลงทุนไม่ใช่งาน แต่เป็นงานอดิเรกที่ทำเพราะอยากทำ”^^ ฟู่วว…. รอดตัว
แต่เชื่อไม๊ครับ ผมมักจะพบการลงทุนดีๆ ทรัพย์สินชั้นยอด เวลาผมดูไปเรื่อยๆ แบบไม่ได้ตั้งใจดูนี่หละ ตรงกันข้าม เวลามีเงินสดในมือตั้งใจดูมากๆ ดูเพื่อที่จะซื้อให้ได้ กลับได้ของไม่ดีมา (บางตัวยังติดดอยจนถึงทุกวันนี้T_T พูดแล้วเจ็บ)
ผมว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถ้าเรามองหาการลงทุนแบบต้องการซื้อให้ได้ เรามักจะเลือกซื้ออะไรที่ดีที่สุด ที่เห็นในวันนั้นๆ ซึ่งหลายๆ ครั้งเราจะโดน อารมณ์” ตัวเองหลอก ให้เราคิดว่า“มันคือเหตุผลที่ดี” การลงทุนนี้ดีมากๆๆๆๆ ด้วยเหตุผล(จากอารมณ์) นานาประการ  เหย แบบนี้ก็มีด้วยหรอโดนอารมณ์หลอกนึกว่าเป็นเหตุผล? … มีครับ โดนกันทุกคน โดนกันเรื่อยๆ แม้แต่ในชีวิตประจำวัน ลองคิดดูดีๆ
ถ้าคุณไม่ใช่นักลงทุนระดับโลก(ซึ่งผมก็ไม่ใช่) ยากมากครับ ที่คุณจะรู้ตัวว่าเหตุผลที่คุณมีมันคืออารมณ์ปลอมตัวมารึเปล่า” โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังถือเงินสด อยากซื้ออะไรซักอย่างเพื่อให้มันงอกเงย อารมณ์กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวต่อการลงทุนทุกชนิดมันจะมา
สำหรับผม วิธีเอาชนะอารมณ์ก็คือ ทำการลงทุนให้เป็นงานอดิเรกซะ” เมื่อการลงทุนเป็นงานอดิเรก เราจะทำมันได้เรื่อยๆ เก่งขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีอารมณ์มาเกี่ยว (แหง๋หละ ใครจะไปมีอารมณ์กับงานอดิเรก) ลงทุนแบบแฮปปี้ เรื่อยๆ^^ ชนะ แบบไม่พยายามชนะ

คุณอาจจะกำลังคิดในใจว่า“salaryestator ถ้าจะบ๊อง”การลงทุนมันจะเป็นงานอดิเรกได้ยังไง! ลงทุนก็คือลงทุน! อย่ามั่ว! … ผมอยากให้คุณลอง ลองหาการลงทุนที่ชอบดูครับ อะไรก็ได้ที่ทำแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นงาน ลองไปให้สุดกับมัน แล้วคุณจะเข้าใจมันด้วยตัวเอง

การลงทุนทุกชนิดเราควรตัดอารมณ์ทิ้งให้หมด นำข้อมูลหรือประสบการณ์ทั้งหมดมาพิจารณาเพียงอย่างเดียว ไม่คิดถึงอารมณ์หรือความชอบส่วนตัว พิจารณาเพียงเหตุและผลจากข้อมูลล้วนๆ เหมือนว่าเราเป็นหุ่นยนต์ที่มี algorithm คิดได้แค่เหตุและผลเท่านั้น ไม่มีหุ่นยนต์ที่ไหนมีอารมณ์ ทำได้แบบนี้รับรองว่าเราจะพลาดน้อยมาก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ::  อารมณ์หลอกเหตุผล

สนใจลงประกาศ หรือ หา คอนโด ย่าน อื่นๆ

The Village Cottage กาญจนภิเษก-ราชพฤกษ์

The Village Cottage กาญจนภิเษก-ราชพฤกษ์

 

The Village Cottage

บ้านเดี่ยวสไตล์

Modern Colonial


วันนี้เอาใจคนรักความอบอุ่นอ่อนหวานไปกับโทนสีพาสเทลที่มาพร้อมกับสโลแกน “Happy Colonial Living “ กับโครงการบ้านเดี่ยวจากอารียา พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีชื่อว่า The Village Cottage กาญจนภิเษก-ราชพฤกษ์ โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Colonial ตั้งอยู่ในบนถนนบางกรวย-ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี จะน่ารักและอบอุ่นขนาดไหน ตามไปดูกันเลยคะ

ที่ตั้งโครงการ

การเดินทาง

ใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่บางกรวย-ไทรน้อย ด้วยการใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษกเป็นหลักซึ่งสามารถเลือกมาได้จากทั้งถนน กาญจนาภิเษกเอง จากถนนนครอินทร์ หรือจากถนนรัตนาธิเบศร์ มาบรรจบตรงจุดเริ่มต้นเดียวกันคือบริเวณตลาดบางใหญ่ซึ่งฝั่งตรงข้ามคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสท์เกต ซึ่งตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของถนนเส้นนี้ เพราะเป็นแหล่งรวมความสะดวกสบายในชีวิตไว้อย่างครบครัน

บริเวณใกล้เคียงก็ยังมีห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ อินเด็กซ์ ลีฟวิ่ง มอลล์ และที่สำคัญคือเป็นย่านปลายทางของสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังจะเปิด ดำเนินการในเดือนสิงหาคมนี้

เดินทางมุ่งหน้า บางบัวทอง สุพรรณบุรี

เมื่อเจอป้าย อ.ไทรน้อย ให้เบี่ยงซ้ายออกทางคู่ขนาน

ขับเลียบ เส้นคู่ขนานไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร จะเจอป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไปเส้นถนนบางกรวย-ไทรน้อย สังเกตง่ายๆคือด้านบนมีสะพานรถข้ามถนนนกาญจนาภิเษก และสะพานลอยคนข้าม ให้เลี้ยวซ้ายที่นี่เลย

ตรงต่อมาประมาณ 10 กิโลเมตร สถานที่หลักๆที่ขับผ่านก็จะมีโรงเรียนสหศึกษาบางบัวทอง วัดไทรน้อย อบต.ไทรน้อย ให้สังเกตป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ของอารียา อยู่ด้านบนขวามือ เห็นเมื่อไหร่ให้เตรียมตัวชิดขวาเพื่อกลับรถ

จุดกลับรถคือบริเวณศูนย์รถยนต์โตโยต้า

เมื่อ กลับรถมาแล้วจะเจอโรงพยาบาลไทรน้อยอยู่ซึ่งอยู่ติดกับทางเข้าโครงการ ใครจะมาที่โครงการนี้แบบง่ายๆ แนะนำว่าให้ใช้ GPS ค้นหา “โรงพยายาลไทรน้อย” เลยค่ะ

ถึงแล้วค่ะ ด้านหน้าทางเข้าโครงการมีป้ายชื่ออารียาขนาดใหญ่อยู่ทางขวามือ

อาณาจักรขนาดใหญ่ 100 ไร่ ที่ประกอบไปด้วย 3 โครงการบ้าน ในชื่อ The Village Cottage บ้านเดี่ยว 2 ชั้น The Village ทาวน์โฮม 2 ชั้นผนังตัวบ้านไม่ติดกัน (บ้านแฝด) และทาวน์โฮม 2 ชั้นในชื่อ The Color อีก 3 เฟส ซึ่ง บริเวณทางเข้าโครงการนี้ ในอนาคตจะกลายเป็น The Shopping Village Mall สไตล์ American Cottage ขนาดพื้นที่ 5 ไร่ นั่นก็หมายความว่าต่อไปคนที่มีบ้านที่นี่แทบไม่ต้องออกไปไหนกันเลย เพราะมี shopping mall อยู่หน้าหมู่บ้านตัวเอง

มาแวะสำนักงานขายกันก่อน อยากบอกว่าตกแต่งน่ารักมากเลยค่ะ

Club House ในพื้นที่ขนาด 2 ไร่ (กำลังก่อสร้าง เราเลยยังไม่มีภาพจริงมาให้ดูกันนะคะ) หน้าตาอาคารละม้ายคล้ายโรงนาแบบอเมริกัน ที่แอบซ่อนความหรูหรา สง่างามแต่ทว่าดูอบอุ่น เพราะเป็นสถานที่รวมความสุขของลูกบ้าน ที่มีทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมสระเด็ก ห้องฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทำให้ช่วงเวลาพักผ่อนของคุณอยู่ใกล้แค่เอื้อม โดยเฉพาะลูกบ้านของ The Village Cottage ที่สามารถเดินมายังคลับ เฮ้าส์ ได้อย่างสบายเพราะอยู่ติดกับทางเข้าโครงการเพียงนิดเดียว

The Village Cottage

ทางเข้าหมู่บ้าน เดอะ วิลเลจ คอทเทจ ออกแบบน่ารักด้วยโทนสีฟ้าพาสเทล ตัดกับสีขาวและสีเทา ให้ความรู้สึกที่ดูเป็นหมู่บ้านอบอุ่น ผ่อนคลาย แต่งเบาๆ ด้วยสวนหย่อมเรียบๆ ที่ตัดแต่งเป็นเส้นตรงสวยงาม เชิญชวนให้พาเราเข้าสู่บรรยากาศหมู่บ้านในท้องทุ่ง การันตีได้ว่าอารียาเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในย่านนี้ที่นำกลิ่นอายความโมเดิร์นมาผสมผสานเข้ากับความหวานละมุนแบบโคโลเนียล จนกลายเป็นแบบบ้านที่ลงตัวเหมาะสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจากการสำรวจกลุ่มลูกบ้านที่ตัดสินใจเลือกบ้านจากอารียา ส่วนใหญ่เป็นคู่รักหนุ่มสาว กลุ่มครอบครัวที่กำลังเริ่มต้นในการสร้างฐานะและสร้างบ้านหลังแรก

เมื่อเข้าสู่หมู่บ้านจะเจอสวนขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกเย็นสบายมากเลยค่ะ

มาชมบ้านตัวอย่างกันเลยค่ะ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หน้ากว้างบ้าน 6 เมตร โครงการทำหลังคาไว้ให้เรียบร้อย จอดได้ถึง 2 คัน ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 160 ตารางเมตร โดยมีที่ดินเริ่มต้นอยู่ที่ 50 ตารางวา ด้วยที่ดินค่อนข้างกว้างให้เจ้าของบ้านมีพื้นที่สร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมได้ บ้านตัวอย่างที่นำมาเสนอนี้เป็นบ้านในขนาดที่ดิน 70 ตารางวาหลังมุม มีพื้นที่เหลือพอสามารถปลูกเรือนหลังเล็กไว้บริเวณหลังบ้านได้อีก 1 หลัง

เชื่อว่าคงจะถูกใจคุณสาวๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้คุมอำนาจในการตัดสินใจเลือกบ้านเสียด้วยซิ ตำแหน่งของตัวบ้านจัดวางได้อย่างพอดีกับพื้นที่ โดยทางขวาของตัวบ้านมีพื้นที่เหลือให้ห่างจากรั้วไว้ทำเป็นทางเดินเล็กๆ และเป็นตำแหน่งติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ และมีพื้นที่เหลือไว้ทางด้านซ้ายของตัวบ้านเพื่อที่จะทำเป็นสวนหย่อมหรือเพิ่มสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็ก ส่วนด้านหลังก็ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับทำเป็นส่วนซักล้าง ตากผ้า ได้อย่างลงตัว เรียกว่าคิดเผื่อมาครบทุกเม็ด

ทางเข้าบ้านจะมีพื้นที่กั้นแบ่งความเป็นสัดส่วนและความเป็นส่วนตัวด้วยผนังฉากก่อนเข้าสู่ห้องนั่งเล่น ทำให้คนในบ้านไม่ต้องระวังสายตาจากภายนอกบ้าน และยังใช้เป็นมุมสำหรับนั่งใส่รองเท้าก่อนออกไปทำงาน ได้ทั้งประโยชน์และความสวยงาม

ภายในบ้าน อยากบอกว่า น่าอยู่มากค่ะ ให้ความรู้สึกที่โปร่ง สบาย เพราะบ้านเน้นหน้าต่างและประตูกระจกเปิดออกสู่พื้นที่ภายนอกที่เป็นเทอเรส และสวน ช่วยให้บรรยากาศในส่วนของโซนนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารมีความโปร่ง สบาย สามารถนั่งได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อหรืออึดอัด

และยังมีส่วนห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างอยู่บริเวณด้านหน้าสุด ถัดจากประตูทางเข้า ซึ่งสามารถจัดเตรียมสำหรับเป็นห้องนอนแขกหรือห้องคุณตาคุณยาย ได้อย่างดีเลยล่ะคะ

โซนสำหรับทำเป็นมุมครัวฝรั่ง และห้องน้ำอยู่ด้านในสุด ด้านหลังมีประตูเปิดออกสู่พื้นที่ภายนอกที่สามารถต่อเติมเป็นครัวไทยได้อีก 1 ห้อง

พื้นที่ ห้องเก็บของใต้บันไดสามารถกั้นให้มิดชิดได้ด้วยงานตกแต่งบิลด์อิน ทำเป็นประตูบานสไลด์ติดกระจกฝ้าเพื่อช่วยให้ดูไม่ทึบจนน่าอึดอัด และยังทำเป็นตู้โชว์ที่สวยงามได้ด้วยอีกด้วย

มาดูหลังบ้านกันค่ะ อย่างที่บอกว่าบ้านที่นี่มีเนื้อที่มากถึง 50-70 ตารางวา ดังนั้นจะสามารถสร้างเรือนเอนกประสงค์เล็กๆหลังบ้านได้เลยค่ะ

พื้นที่ประมาณ 20 กว่าตารางเมตร จัดสรรให้ดีๆ ตกแต่งให้สวยๆ เรือนหลังน้อยจะกลายเป็นไฮไลท์ให้กับบ้าน ไว้ตอนรับแขกได้อย่างสบายเลยคะ

เรามาดูบ้านชั้น 2 กันบ้างดีกว่าค่ะ

บนชั้น 2 สามารถจัดสรรได้มากถึง 3 ห้องนอน เราเริ่มจากห้อง Master Bedroom (ห้องนอนใหญ่) กันก่อน

ห้องนอนใหญ่นี้จะอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าบ้าน มีระเบียงเล็กๆให้เปิดออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ มีพื้นที่มากพอสำหรับกั้นเป็น Walk-in Closet ที่มีห้องน้ำในตัว สะดวกและสว่างเพราะมีช่องหน้าต่างช่วยให้พื้นที่เล็กๆ ดูโปร่งสบาย เวลาคุณผู้หญิงแต่งตัว แต่งหน้า ก็จะได้ส่องความงามได้อย่างเต็มที่

ออกจากห้องนอนใหญ่ก็จะเจอกับห้องน้ำ และเจอกับห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 อยู่ติดกัน ซึ่งตามไอเดียการตกแต่งของบ้านตัวอย่างหลังนี้ ออกแบบห้องนอนที่ 2 ให้เป็นเตียง 2 ชั้น ให้พี่คนโตนอนด้านล่างและเจ้าตัวเล็กปีนป่ายบันไดลิงขึ้นไปนอนด้านบน เชื่อว่าเป็นความฝันของเด็กหลายๆคนที่อยากนอนเตียง 2 ชั้นแบบนี้

ดูรูปภาพเพิ่มเติ่ม หรือ อ่านต่อได้ที่ :: The Village Cottage กาญจนภิเษก ราชพฤกษ์

สนใจลงประกาศ หรือ หา คอนโด ย่าน อื่นๆ

HOT ZONE ทำเลทองคอนโดมิเนียม

8268_1604

HOT ZONE

5 ทำเลทองที่มีศักยภาพ

มีความพร้อมที่ครบครัน ทั้งการคมนาคม สาธารณูปโภค ใกล้แหล่งการค้าธุรกิจ และที่สำคัญทำเลเหล่านี้ยังมีโอกาสพัฒนาไปได้อีกในอนาคต

01 โซนบางซื่อ วิภาวดี พหลโยธิน
ย่านบางซื่อถูกกำหนดให้เป็นศูนย์คมนาคมพหลโยธินซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินแปลงเดียวของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่จะเป็นชุมทางหรือสถานีร่วมที่ใหญ่ที่สุดทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง ส่งผลให้กทม.ได้กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในรัศมีรอบศูนย์คมนาคมพหลโยธินเป็นย่านซีบีดีรองหรือศูนย์กลางเศรษฐกิจประเทศรองจากย่านสีลม สาทร และสุขุมวิทตอนต้น
02 โซนหลักสี่ รามอินทรา
ทำเลนี้การเดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน และถนนวงแหวน ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ปากเกร็ด-มีนบุรี (เปิดใช้ปลายปี 2560) มีห้างสรรพสินค้ามากมาย ทั้งเซ็นทรัลแฟชั่นไอส์แลนด์ คอนวีเนี่ยนมอลล์ และร้านอาหารชื่อดังมากมาย
03 โซนรัชดาภิเษก ลาดพร้าว มักกะสัน
ทำเลนี้เป็นย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ย่านการค้า ชุมชนและใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ที่ทำงานอยู่ในย่านอโศก สาทร ศาลาแดง สีลม ที่มีความต้องการที่พักอาศัย แต่ไม่สามารถซื้อคอนโดฯ ในย่านนั้นได้จึงมองหาคอนโดฯ ที่อยู่ไกลออกไปสักหน่อย แต่ยังเดินทางได้สะดวก ทำให้คอนโดมิเนียมในย่านรัชดาภิเษก และพระราม 9 เป็นที่นิยม
04 โซนบางนา สุวรรณภูมิ
ผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาฯ หลายท่านมองตรงกันครับว่า การเติบโตของกรุงเทพฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีการขยายตัวไปทางทิศตะวันออก เพราะสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ทางตะวันออก ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรี มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ทั้งนี้กรุงเทพฯ ตะวันออกจะเชื่อมต่อการเติบโตกับจังหวัดเหล่านี้ นอกจากนี้ทำเลนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า BTS มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาทิ เซ็นทรัล บางนา, เมกาบางนา และอีเกียขณะที่ราคาที่ดินโซนบางนาปรับขึ้นต่อเนื่องปีละ 5-10%
05 โซนตากสิน บางหว้า
บริเวณนี้การคมนาคมสะดวก โดยมากเน้นไปที่ BTS สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานยังสาทร สีลม และ CBD ในปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการถึงสถานีตลาดพลู และกำลังจะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 2 สถานี คือ สถานีวุฒากาศ และสถานีบางหว้า
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: HOT ZONE ทำเลทอง
 

คอนโดฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มาแรง

9172_2094

คอนโดฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อย่างที่ทราบนะครับว่าทำเลที่มาแรงอีกแห่งในช่วง 2-3 ปีหลัง คงจะไม่พูดถึงทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้ โดยผลสำรวจพบว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาลงทุนกันคึกคักในรูปแบบต่างๆ มากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม และพื้นที่ค้าปลีก โดยเฉพาะการลงทุนโครงการคอนโดฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 จนปัจจุบันซัพพลายของคอนโดฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ประมาณ 20,000 ยูนิต นอกจากนี้ยังมีโครงการคอมเมอร์เชียลขนาดใหญ่ที่จะสามารถสร้าง Landmark ให้กับกรุงเทพฯ ได้ในอนาคต

 

160705085706

 

ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยานี้ หมายถึงพื้นที่ที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ครอบคลุมทั้งบริเวณฝั่งพระนคร ธนบุรี ไปจนถึงนนทบุรีทีเดียวเลยนะครับ โดยในฉบับนี้ จะขอเน้นเฉพาะบริเวณที่อยู่ในเมืองเป็นหลัก โดยมีทำเลที่เป็นทีนิยมกันมาแนะนำดังนี้ครับ
ทำเลแรกที่น่าสนใจ คือ ย่านถนนเจริญนคร และถนนเจริญกรุง ทั้ง 2 ทำเลนี้ถือว่าค่อนข้างได้เปรียบ เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางธุรกิจ ประชากรมีกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน ไม่ได้ไกลจากรถไฟฟ้ามากนัก และยังมีเรือด่วนเจ้าพระยาหรือเรือข้ามฟากให้บริการตลอด ทำให้ที่ผ่านมามีโครงการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจัดเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และยังมีโครงการพื้นที่ค้าปลีก โรงเรียนนานาชาติ และโรงแรมอีกหลายแห่งเช่นกันที่เปิดให้บริการริมแม่น้ำเจ้าพระยา คอนโดฯ ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้มักเป็นคอนโดฯ ที่สร้างเสร็จแล้ว ปัจจุบันมีคอนโดฯ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80,000-250,000 บาท/ตร.ม.
ถ้าพูดถึงการปรับราคาที่ดิน ราคาซื้อขายที่ดินริมแม่น้ำในฝั่งธนบุรีในช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2554 อยู่ที่ประมาณ 110,000 บาทต่อตารางวา แต่ปรับเพิ่มขึ้นมาตลอดในช่วง 2-3 ปี ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 350,000 บาทต่อตารางวา ปรับขึ้นมามากกว่า 300% เพราะที่ดินที่มีศักยภาพในฝั่งธนบุรีนั้นแม้ว่าจะยังพอมีเหลืออยู่แต่ก็ไม่ได้อยู่ในทำเลที่ดีนัก 
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: คอนโดฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มาแรง
 

Ivy Ampio (ไอวี่แอมพิโอ) คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ริมถนนรัชดา ใกล้ MRT ศูนย์วัฒธรรมฯ

condo-ivy-ampio-ratchada-facility-60

อยู่ใกล้ทำเลย่านธุรกิจใหม่ (ใจกลางรัชดา) แหล่งรวมของสาธารณูปโภค เส้นทางการคมนาคม ศูนย์กลางธุรกิจ

และห้างสรรพสินค้าชั้นนำระบบ DOCSIS ที่ให้ความเร็วอินเตอร์เนทสูงถึง 100 Mbps.

ทำเลของ Ivy Ampio นั้นเป็นคอนโดอยู่ติดถนนรัชดา ที่อนาคตจะกลายเป็น New CBD ตามที่นักผังเมืองและนักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์คาดการณ์กันเอาไว้

หากเปรียบทำเลนี้กับคู่แข่งที่อยู่รอบข้างอย่าง Belle Grand, IDEO Mobi พระราม 9 และ Aspire พระราม 9 ต้องบอกว่า Ivy Ampio น่าจะเข้าเป็นอันดับ 2 รองจาก Belle Grand ที่ติดถนนใหญ่รัชดาภิเษกและสามารถเข้าออกทางถนนพระราม 9 ได้สองเส้นทาง

ในขณะที่ Ivy Ampio นั้นเข้าออกได้เพียงถนนรัชดาภิเษกเพียงเส้นทางเดียว ส่วน Aspire และ IDEO Mobi นั้นเข้าออกได้จากถนนพระราม 9 เส้นทางเดียวเหมือนกัน

การที่คอนโดมิเนียมติดถนนใหญ่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือเดินไปไหนมาไหนสะดวก ย่นระยะทางจาก MRT และห้างต่างๆได้เยอะ

ขับรถเข้าบ้านง่ายไม่ต้องเข้าซอย ส่วนข้อเสียก็คือมีเสียงดังและฝุ่นที่มากกว่าโครงการในซอย เป็น Private น้อยกว่า แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบครับ

ข้อดีของทำเล Ivy Ampio มีเยอะครับ คือใกล้ MRT ศูนย์วัฒนะธรรมในระยะเดินสบายๆ 250 เมตร หรือจะเดินข้ามไปยัง Esplanade ก็ได้

ถ้าเดินไปอีกทางก็ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็ถึงเซ็นทรัลพระราม 9 อนาคตฝั่งตรงข้ามก็จะกลายเป็น AIA / ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ ข้างๆมีตึก True Tower ซึ่งเป็นย่านธุรกิจ เรียกว่าใครทำงานแถวนี้ เลือกที่นี่ไม่ผิดหวัง

ข้อเสียของตึกนี้ก็มีเหมือนกัน คือทิศห้องที่หันเข้าตะวันออก-ตะวันตก ทำให้ห้องร้อนเมื่อเทียบกับทิศเหนือ-ใต้ และช่วงเวลาเร่งด่วนถนนรัชดาภิเษกจะติดมาก

ยิ่งฝั่งขาเข้าถนนพระราม 9 ที่เป็นทางเข้า-ออกของ Ivy Ampio และคลองหน้าโครงการก็มีสภาพไม่ค่อยน่าดูชมเท่าไรสำหรับคนเดินเท้า

คุณภาพวัสดุของ Ivy Ampio ก็จัดมาเยอะพอดู โดยเฉพาะห้องน้ำ Master และห้องครัวที่เอาของดีมาใส่เสียเยอะ แต่เมื่อเทียบกับราคา 118,000 – 150,000+ บาทต่อตารางเมตร ใน LUXURY CLASS

ก็ถือว่าได้แค่ระดับมาตรฐานนะครับ เพราะว่ายังไม่ถึงขั้นใช้หินจริงปูแทนกระเบื้อง หรือพื้นลามิเนตก็ควรจะเปลี่ยนเป็นต้น

การออกแบบ Ivy Ampio ทำได้ดีมากครับ ดูจากงานห้องตัวอย่าง ผังห้องและภาพลักษณ์การตลาดแล้วจัดว่าทำงานได้ดีในยูนิตพักอาศัย ห้องแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ทำออกมาได้น่าอยู่

936740_15082516590035034427

มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถอยู่อาศัยได้จริง เรียกว่าอยู่สบายเพราะว่าได้พื้นที่เหลือจาก 42 และ 77 ตารางเมตร ไม่ต้องแออัดมากเกินไป ส่วนแบบรูปร่างตัวตึกดูเพลนๆไปหน่อย ส่วนเรื่องที่จอดรถมี 70% ยังไม่ได้ตามมาตรฐานของคอนโดระดับ LUXURY ที่ต้องคำนวณว่าทุกห้องมีรถครับ

แต่ … ชอบมีแต่อีกนิดนึง คอนโดตึกนี้ใกล้ MRT ประมาณ 250 เมตร คงพอมีลูกบ้านบางส่วนใช้การเดินทางด้วย MRT เป็นหลักครับ

ถามว่า Facility ที่นี่มีเพียงพอต่อการใช้งานในระดับเกือบๆ 300 ยูนิตไหม ในระดับคอนโด “หรู” ก็ต้องบอกว่าได้ประมาณนึงครับ เพราะว่าลิฟท์ 3 ตัว แชร์กันใช้ ได้ประมาณ 90 กว่าห้องต่อ 1 ตัว

ส่วน Main Facility หลักๆก็อยู่ชั้นบนสุด มี Pool, Fitness แล้วก็ Park ที่ขนาดเท่าตัวตึก ไม่ได้ใหญ่มากนะครับ ส่วนพวกลูกเล่นก็มี Business Centre กับ Golf Driving Simulator ที่พอจะเรียกความสนใจได้บ้าง หากเอาไปเทียบกับ Ivy ทองหล่อ ในเครือเดียวกันผมว่ายังไม่เท่าครับ

สุดท้ายนี้หากจะถามผมว่าชอบอะไรมากที่สุดของโปรเจคนี้ ก็ต้องบอกว่าสองอย่างครับ หนึ่งคือทำเลที่ดีอยู่ติดถนนรัชดามันหาไม่ได้ง่ายๆ สองก็คือการออกแบบห้องที่ทำได้ลงตัวน่าอยู่มากๆ โดยเฉพาะห้องน้ำที่เดินเข้าไปดูของจริงแล้วจะรู้สึกว่านี่มันเป็นสิ่งที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไปตามท้องตลาดครับ

คอนโด-ไอวี่-แอมพิโอ-IVY-AMPIO

สรุปอีกครั้งหลังจากที่ไปชมตึกจริงๆมาก็ต้องบอกว่าค่อนข้างประทับใจกับโครงการ Ivy Ampio ในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าเรื่องอื่นๆ ซึ่งทำออกมาได้สมราคาเมื่อเทียบกับการวางตำแหน่ง Marketing Position ของตัวตึกเป็นระดับ High Class – Luxury Class ในช่วงเปิดขาย

ส่วนรายละเอียดอื่นๆผมก็ได้สรุปไปหมดแล้วทั้งในรีวิวฉบับก่อนและรีวิวฉบับนี้คงจะไม่กล่าวซ้ำอีก ปัจจุบันเมื่อตึกสร้างเสร็จใครอยากเข้าไปชมของจริงก็สามารถเข้าไปชมได้ และผมก็แนะนำว่าเมื่อมีตึกสมบูรณ์ๆให้ดูแล้ว ก็ควรจะไปให้เห็นห้องจริงๆก่อนนะครับถึงค่อยตัดสินใจ ไม่ว่าจะซื้อมือหนึ่งจากโครงการ หรือซื้อมือสองจากเจ้าของห้องคนเดิม

สนใจลงประกาศ หรือ หา คอนโด ย่าน อื่นๆ
พลัมคอนโด ปิ่นเกล้า
คอนโด ลาดพร้าว
คอนโด รัชดา
คอนโด สุขุมวิท
ไอดีโอ คิว จุฬา

 

THE DIFFERENCE อยู่เมืองไทย ไปดูเมืองจีน

Untitled-12

THE DIFFERENCE

 

อยู่เมืองไทย ไปดูเมืองจีน  

แล้วมองย้อนกลับมาที่เมืองไทย

แบ่งปันประสบการณ์ จากการได้ไปดูงานการก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่เซี่ยงไฮ้มาฝากคุณผู้อ่านกันครับ คอนโดมิเนียมของจีน มีขนาดห้องพักที่ใหญ่กว่าของบ้านเรา แต่ในอนาคตผมเชื่อว่าขนาดห้องพักแบบหนึ่งห้องนอนน่าขยับขยายขึ้นเป็น 40-50 ตารางเมตร เพราะคนที่พักอาศัยคอนโดมิเนียมจะเข้าใจรูปแบบการพักอาศัยในห้องชุดมากขึ้น รวมถึงเข้าใจความต้องการขนาดการใช้สอยของตนเอง และผมเชื่อว่าขนาดห้องที่อยู่สบาย มีพื้นที่ส่วนตัวและพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น ควรจะมีขนาดตั้งแต่ 40-50 ตารางเมตร เช่นเดียวกับในประเทศจีน 
ประสบการณ์จากการได้สัมผัสห้องชุดที่เซี่ยงไฮ้ที่ผมได้ไปเยี่ยมเยียนมานี้ เป็นห้องชุดที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อปล่อยเช่า มีขนาดตั้งแต่ 38-40ตารางเมตร ออกแบบเป็นลักษณะ 2 ชั้น และมีห้องน้ำทั้งสองชั้น ซึ่งปกติแล้วการออกแบบเป็นสองชั้นมีต้นทุนที่สูงมาก เพราะทำให้การใช้ประโยชน์จากการก่อสร้างไม่เต็มที่ และเจ้าของก็นำพื้นที่ในการขายได้อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ยังต้องเสียพื้นที่ในการมีบันไดขึ้นลง แต่ที่นี่สามารถใช้เทคนิคในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าทึ่งมากครับ มีการออกแบบห้องพักเป็นรูปตัว L ในแนวดิ่ง และนำมาวางซ้อนกันไปเรื่อยๆ ด้วยแนวคิดนี้ทำให้ได้ห้องชุด 2 แบบคือ L หงาย และ L คว่ำที่มีผังการใช้สอยพื้นที่ที่น่าสนใจมากๆ สามารถทลายข้อจำกัดในเรื่องของปริมาณพื้นที่ขายที่จะน้อยลงเมื่อ เปรียบเทียบกับพื้นที่ก่อสร้างโดยรวม 
คอนโดมิเนียม อีกที่ที่ไปเยี่ยมชมอยู่ชานเมืองเซี่ยงไฮ้ สร้างความตกตะลึงได้มากทีเดียวเพราะฐานของแท่งคอนโดมิเนียมทั้งสี่เป็นพื้นที่จอดรถ แต่สิ่งที่ทำให้ตกตะลึงก็คือพื้นที่เหนือฐานดังกล่าวได้จัดให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่มาก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านสวนลุมพินี ผ่านสวนไม้พุ่มและพรรณไม้ขนาดใหญ่ต่างๆ เข้าสู่ประตูคอนโดมิเนียมที่เปรียบเสมือนบ้าน ทุกอย่างดูสงบ ร่มรื่น หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองรถยนต์ทุกคันไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ เป็นการพัฒนาที่พักอาศัยที่นายทุนใจถึงและผู้ซื้อก็มีกำลังซื้อในการที่จะซื้อด้วยครับ ราคาประมาณ 3000,000 บาทต่อตารางเมตร 
ภายในห้องชุดราคาแพงส่วนใหญ่จะมีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และที่น่าสนใจคือมีการติดตั้งเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่มากลักษณะห้องครัวสอดรับกับรูปแบบการทำอาหารของคนจีนคือเป็นครัวปิด อยู่ในตำแหน่งที่สามารถระบายอากาศได้ดี ประตูการเข้าห้องต่างๆ เป็นระบบกันไฟ แต่สำหรับคอนโดมิเนียมทั่วไปเป็นห้องแบบเปล่าที่มีเพียงแต่พื้น ผนัง และฝ้าเพดาน และที่ต้องตะลึงไปกว่านั้นคือห้องน้ำ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ติดตั้งไว้ให้ แม้แต่สุขภัณฑ์ ชักโครก และอ่างล้างหน้า ผู้ซื้อต้องมาติดตั้งเองภายหลังทั้งหมด เท่าที่ทราบเป็นเหตุผลทางการขายที่ต้องการให้ราคาลดลงเท่านั้น 
สำนักงานขายตกแต่งได้โออ่า ยิ่งใหญ่ตามสไตล์จีน เงื่อนไขทางการเงินโหดดีครับ ใช้เงินดาวน์ 30 เปอร์เซ็นต์และที่สำคัญต้องจ่ายครั้งเดียวเพื่อตัดสินใจซื้อ ส่วนที่เหลืออีก 70 เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งจะมี Home Loan รองรับ ดอกเบี้ยพอๆ กับบ้านเราคือ 6-7 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญมากคือฉโนดห้องชุดจะมีอายุเพียง 70 ปีเท่านั้นครับ หลังจากนั้นต้องบอกว่ายังไม่ทราบ เพราะอายุพรรคคอมมิวนิสต์ก็มีอายุเพียงแค่ 64 ปี และวันที่พรรคคอมมิวนิสต์เกิดขึ้นก็ยังไม่มีที่พักอาศัยแนวนี้เกิดขึ้น จึงยังไม่มีคอนโดมิเนียมแห่งใดใกล้ครบกำหนดดังกล่าวเลยครับ 
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: THE DIFFERENCE