The Gentry สุขุมวิท 101 บ้านระดับ Premium Luxury แนวคิดใหม่ ในย่านสุขุมวิท

The Gentry สุขุมวิท 101

เมื่อคอนโดที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้หมด รวมถึงปัญหาที่จอดรถที่คอนโดส่วนใหญ่มีช่องจอดรถไม่ถึงครึ่งของจำนวนห้องทั้งหมด

“บ้านในเมือง”

จึงเป็นคำตอบที่ทุกคนตามหา


แต่บ้านในเมืองจริงๆ สมัยนี้หาได้ยากมากๆ เพราะต้นทุนที่ดินที่สูงมากๆ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการบ้านได้ แค่หาที่ดินจะสร้างคอนโดก็หากันยากแล้ว เดี๋ยวนี้คอนโดห้องเล็กๆ ราคากลางๆ ก็แทบจะไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทแล้ว

หนึ่งในโลเคชั่นที่หลายคนฝันจะมีบ้านซักหลังคือย่านสุขุมวิท เพราะย่านนี้ถือเป็นย่านที่มีไลฟ์สไตล์สำหรับการอยู่อาศัยครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดังเช่น เอมควอเทียร์, เทอมินัล 21, ดิจิทัล เกตเวย์ เอกมัย ร้านต่างๆในทองหล่อ ฯลฯ ออฟฟิศสำนักงานของบริษัทชั้นนำ โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ และที่สำคัญคือรถไฟฟ้า BTS ที่มีสถานีอยู่ตลอดเส้นสุขุมวิท

โดยโครงการนี้ทางบริษัทจะทำเป็นบ้านสร้างเสร็จก่อนขายนะครับ แต่ได้ยินว่าบางคนสนใจมากขอจองก่อนสร้างเสร็จก็ได้ ปัจจุบันมีการเริ่มก่อสร้างไปแล้วพอสมควรครับ ทางโครงการมีกำหนดเปิดขายและให้ชมบ้านจริงในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560  ใครสนใจลองไปลงทะเบียนกันก่อนได้เลยครั

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :: http://www.livinginsider.com/inside_topic/1145/1/The+Gentry+sukhumvit+101.html

knightsbridge sky river ocean WHERE SKY MEET RIVER AND OCCEAN

Knightsbridge Sky River Ocean

เมื่อ ท้องฟ้า แม่น้ำ มหาสมุทร บรรจบกัน

ห้องประกาศซื้อ-ขาย ไนท์บริดจ์ สกาย ริเวอร์ โอเชียน

คลิกที่นี่

สมุทรปราการ คือจังหวัดที่มี GPP เป็นอันดับ 2 ของประเทศมาหลายปีแล้ว !!!

หลายคนคงเคยได้ยินรัฐบาลพูดถึงตัวเลข GDP แต่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือตัวเลขอะไร รู้แต่ว่ามันบอกถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศว่าดีหรือไม่ดียังไง

GDP คือ (Gross Domestic Product) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนบัญชีรายจ่ายของประเทศเรานั่นแหละครับ จะดูว่าคนรวยคนจนก็ต้องดูจากบัญชีเค้าและการใช้เงินของเค้า แต่ถ้าจะดูว่าประเทศจนหรือรวยก็ดูจาก GDP นั่นแหละครับ

คราวนี้ถ้าจะมาดูแยกแต่ละจังหวัดรวยหรือจนยังไง ก็ต้องมาดูแยกย่อยแต่ละจังหวัด ที่เรียกว่า

GPP (Gross Provincial Product )

ไม่ได้มาสอนเศรษฐศาสตร์นะครับ แต่แค่จะให้เป็นข้อมูลก่อน  

แน่นอน กรุงเทพย่อมมี GPP สูงที่สุดในประเทศอยู่แล้ว

แต่คุณรู้รึเปล่าว่า สมุทรปราการ คือจังหวัดที่มี GPP เป็นอันดับ 2 ของประเทศมาหลายปีแล้ว !!!

มันหมายความว่าอะไร ?  พูดง่ายๆเลยละกัน มันบอกเราว่า คนสมุทรปราการ เค้ามีเงินน่ะสิครับ

ตอนแรกยังสงสัย ว่าทำไมออริจิ้น มาทำคอนโดอะไรตรงนี้ แถวสมุทรปราการ

พอเห็นตัวเลขแล้ว นี่ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมขายไปแล้วถึง 90 %

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: http://www.livinginsider.com/inside_topic/1187/1/knightsbridge+sky+river+ocean.html

grand bangkok boulevard พระราม 9

Grand Bangkok Boulevard พระราม 9

Luxury Iconic Geometric Crafting

ห้องประกาศซื้อ-ขาย Grand Bangkok Boulevard พระราม 9

คลิกที่นี่

คุณคงเคยเห็นโฆษณาบ้านตามย่านต่างๆในกรุงเทพ แต่ถ้าคุณอยู่ในวัยกำลังเริ่มต้นทำงานหรือทำงานมาไม่นาน คุณอาจไม่ได้สนใจโฆษณาบ้านเหล่านั้นเลย

แน่นอนคุณจะให้ความสนใจกับโฆษณาของคอนโดในเมืองติดรถไฟฟ้ามากกว่า นั่นเพราะคุณคิดว่าบ้านยังไม่จำเป็นสำหรับคุณ

แต่ถ้าวันนึงคุณอายุมากขึ้น รายได้มั่นคงมากขึ้น ถึงเวลาที่คุณต้องวางแผนอนาคตเพื่อครอบครัวมากขึ้น รับรองวันนั้น คุณจะต้องหาซื้อบ้าน อย่างแน่นอน

แล้วคุณจะเริ่มศึกษาหาดูบ้านตามที่ต่างๆ หาข้อมูลการเดินทาง เปรียบเทียบราคา รูปแบบบ้าน ความน่าเชื่อถือของโครงการ คุณจะหาข้อมูลหลายอย่างมากกว่าตอนคุณตัดสินใจซื้อคอนโดเยอะมากๆ คุณจะดูมันละเอียดยิ่งกว่าเลือกแฟนซะอีก นั่นเพราะบ้าน คือที่ที่เราไม่ได้ซื้อกันบ่อยๆ เราซื้อกันครั้งเดียว และเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันไปอีกนาน ที่สำคัญส่วนใหญ่ ของที่แพงที่สุดในชีวิตของคนเราที่เรายอมจ่ายเพื่อซื้อมัน ก็คือ “บ้าน”

เป็นเรื่องน่าแปลกอีกเรื่องนึงคือ ตอนเรายังไม่สนใจหาซื้อบ้าน เราจะเห็นโฆษณาบ้านเต็มไปหมดจนรู้สึกว่า หาซื้อง่ายๆ แต่พอคุณลองมาหาบ้านที่ถูกใจคุณจริงๆ คุณจะพบว่า มีตัวเลือกให้น้อยมาก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวเลือกมันน้อยก็คือ คุณต้องการบ้านในเมือง ในขณะที่บ้านส่วนใหญ่ 90%  อยู่นอกเมือง

คำว่า ” ใกล้เมือง” ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ถ้าคุณใช้ชีวิตอยู่ฝั่งธน คุณอาจมองหาบ้านย่านปิ่นเกล้า ราชพฤกษ์ ซึ่งคุณจะเดินทางเข้า สีลม สาธรไม่ลำบาก แต่ถ้าคุณใช้ชีวิตอยู่ย่านเมืองใหม่อย่าง พระราม 9 สุขุมวิท  และต้องการให้บ้านใกล้ย่าน พระราม 9 สุขุมวิท  มากที่สุด มันจะมีอยู่แค่ไม่กี่ย่านให้เลือก เช่น ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา หรือ กรุงเทพกรีฑา เท่านั้น

Luxury Iconic Geometric Crafting คือ คอนเซ็ปต์ ของ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9 โครงการบ้านระดับ Premium Luxury บนถนนกรุงเทพกรีฑาตัวล่าสุดของบริษัท  SC Asset



โครงการอยู่ติดถนนเมนกรุงเทพกรีฑาขาออกเลยครับ ตรงข้ามโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9 ศรีนครินทร์ ใครมาดูอย่าสับสนนะครับ ตรงนี้มี 3 โครงการชื่อคล้ายๆกันของ SC Asset ทั้งหมด  สังเกตง่ายๆครับ โครงการนี้วิ่งขาออก และยังสร้างไม่เสร็จ ส่วนโครงการอื่นสร้างเสร็จหมดแล้ว

ขนาดโครงการประมาณ 28 ไร่ มีบ้านทั้งหมดเพียง 52 หลังเท่านั้น พร้อมส่วนกลาง คลับเฮ้าส์ , ฟิตเนส ,สระว่ายน้ำ พื้นที่กว่า 1.5 ไร่

อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ :: grand bangkok boulevard พระราม 9

พาชมห้องตัวอย่าง Chapter One Eco รัชดา ห้วยขวาง

Chapter One Eco รัชดา ห้วยขวาง

จัดเต็มแบบนี้ อีก 10 ปีก็หาไม่ได้แล้ว

ห้องประกาศซื้อ-ขาย Chapter One ECO

คลิกที่นี่

หลังจากคราวก่อนได้ทำรีวิวว่าทำไม Chapter One Eco ถึงเป็นคอนโดที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่กำลังหาคอนโดในย่านรัชดากันไปแล้ว ทราบข้อมูลมาว่าโครงการนี้ได้รับความสนใจมากๆ เพราะมียอดลงทะเบียนมากกว่าจำนวนห้องเกือบ 3 เท่า

วันนี้เราจะพามาชมห้องตัวอย่างพร้อมแนะนำห้องที่น่าซื้อกันเลยครับ ใครยังไม่ทราบข้อมูลโครงการเบื้องต้นสามารถอ่านบทความ Pre view ได้นะครับ

จาก Lay Out จะเห็นว่าจัดห้องโดยใช้พื้นที่ได้ประโยชน์เกือบทุกจุดเลยครับ

เมื่อเข้ามาจะเจอชุดครัวอยู่ทางขวามือ ชุดครัวให้ทั้งตู้บนและล่างเลยครับ ซิ้งค์ล้างจานให้แบบมีที่พักจานด้วย อันนี้ชอบมากๆเลยครับ เพราะคอนโดสมัยนี้จะออกแบบซิ้งค์เป็นแค่หลุม พอล้างจานเสร็จไม่รู้จะเอาจานพักไว้ตรงไหน แต่ที่นี่ให้แบบนี้เลย

ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นตู้เก็บรองเท้าและตู้เก็บของด้านบน ซึ่งโครงการก็แถมให้หมดเลยนะครับ

ในห้องจะเห็นว่ามีระยะระหว่างเตียงและทีวีพอสมควร ไม่อึดอัดครับ เฟอร์นิเจอร์ที่เห็นนี่ ให้หมดเลยนะครับ ทั้งเตียง ฟูก โซฟา โต๊ะกลางหน้าโซฟา โต๊ะข้างหัวเตียง 2 ตัว ตู้วางทีวี ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ ให้แทบหมดทุกอย่างเลย พูดง่ายๆว่า ติดม่านแล้วซื้อทีวี ตู้เย็นเข้ามาก็อยู่ได้เลย

ห้องน้ำให้แบบนี้เลยครับ แต่ไม่ได้ฉากกั้นอาบน้ำนะครับ ซึ่งเราสามารถหาติดตั้งได้เองง่ายๆอยู่แล้ว ดวงไฟในห้องน้ำที่เห็น เป็นระบบไฟแสงสว่างและพัดลมดูดอากาศในตัวเลยนะครับ ดังนั้นจะแทบไม่ได้ยินเสียงพัดลมให้รำคาญเลย

ห้องแบบนี้สำหรับอยู่กันคนสองคน แบบที่ไม่ค่อยมีเพื่อนแวะมาบ่อยๆครับ กำลังเหมาะเลย ราคาก็ไม่แพงด้วย เหมาะกับผู้ที่เช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่แล้วอยากเป็นเจ้าของคอนโดของตัวเอง เพราะจะผ่อนธนาคารไม่ต่างจากค่าเช่ามากนัก หรือ ถ้าลงทุนให้เช่าห้องแบบนี้ได้ค่าเช่าที่ 10,000-12,000 บาทต่อเดือนสบายๆครับ

อ่านรายละเอียด :: พาชมห้องตัวอย่าง Chapter One Eco รัชดา ห้วยขวาง

The Tree อ่อนนุช สเตชั่น การขยับเข้าสู่ย่านใจกลางสุขุมวิท

 

The Tree

“อ่อนนุช สเตชั่น”

การขยับเข้าสู่ย่านใจกลางสุขุมวิท

 

 

ถ้า 10 ปีก่อน มีคนบอกว่า ย่านอ่อนนุช จะเป็นย่านที่คอนโดตารางเมตรละเป็นแสน รับรองว่าหลายคนคงจะขำ หาว่าเพ้อเจ้อไร้สาระ

 

ในอดีตสถานีอ่อนนุชเป็นสถานีปลายทางของสุขุมวิท ปริมาณคนใช้รถไฟฟ้ายังไม่เยอะขนาดนี้  แถวนี้มีแต่อาคารพาณิชย์เก่าๆ สภาพแวดล้อมก็ดูไม่เจริญหูเจริญตา พูดถึงย่านอ่อนนุชสมัยก่อน คงเหมือนพูดถึงย่านสำโรงสมัยนี้

 

แต่วันนี้ตัวเลขทางสถิติของจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าสายสุขุมวิท สถานีที่มีคนใช้บริการเยอะที่สุดคือ อโศก รองลงมาคือ อ่อนนุช และถ้าเทียบสถานีรถไฟฟ้าทั้งหมดตามจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้า จะเห็นว่า อ่อนนุชอยู่อันดับที่ 6 นี่เป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากๆ

ภาพจากข่าว prachachat.net ปี 2555

 

ข้อมูลนี้จากเป็นข้อมูลปี 2555 แสดงว่าปัจจุบันมีคนใช้มากกว่านี้อีกเยอะแน่ครับ

 

ลองสังเกตจะเห็นว่าสถานีที่มีจำนวนคนใช้บริการมากๆส่วนใหญ่จะเป็นสถานีที่เป็นจุด interchange หรือเป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินทาง จะมีแค่สถานีอ่อนนุชสถานีเดียวที่คนเยอะมากๆ ทั้งที่เป็นแค่สถานีธรรมดา ที่ไม่ใช่จุดเชื่อมต่ออะไรทั้งสิ้น

 

ตัวเลขแบบนี้มันบอกอะไรเรา

 

มันบอกว่าที่นี่ มีคนอาศัยอยู่ย่านนี้จำนวนมาก การที่จะมีคนมาอาศัยแถวนี้จำนวนมาก มันต้องมีอะไรดี

 

ถ้าคุณลองมาเดินสำรวจแถวนี้จะรู้ว่า แถวนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากและมีการพัฒนาโครงการอีกหลายอย่างที่กำลังจะตามมาเร็วๆนี้

 

แถวนี้มีอะไรดี ทำไมคนเยอะขนาดนี้ การที่จะมีคนเยอะขนาดนี้ มันบอกได้แน่ๆอย่างนึงคือ ที่นี่ต้องมีความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตโดยพื้นฐานหลักๆ พวกห้าง ร้านอาหาร รถไฟฟ้า การเดินทางที่สะดวก ที่สำคัญคือ ค่าครองชีพแถวนี้ต้องไม่สูงเกินไป

 

ที่นี่อาจไม่ได้หรูหราไฮโซอะไรมาก ถ้าเทียบกับทองหล่อ พร้อมพงศ์ อโศก แต่ที่นี่ ก็มีทุกอย่างที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แบบอยู่ได้สบายๆอย่างไม่ฟุ่มเฟือย

 

นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมมีคนเลือกจะอาศัยอยู่ย่านนี้จำนวนมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทย แต่ต่างชาติหลายคนก็เริ่มมาอยู่แถวนี้กันแล้ว เพราะค่าเช่าที่พักด้านในสุขุมวิทแพงเกินไป เค้าจึงเลือกที่จะขยับออกมาหน่อย ถ้าใครมีคอนโดแถวอ่อนนุชจะรู้เลยว่า หาคนเช่าง่ายมาก

 

คอนโดใหม่ๆที่เปิดในย่านนี้ถ้าติดถนนใหญ่ราคาไม่ต่ำกว่า 120,000 บาทต่อตรม.ไปแล้ว หลายคนคิดว่าจะหาคอนโดใหม่ย่านนี้ในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 100,000 บาทต่อตรม. คงเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคอนโดที่อยู่ใกล้ๆรถไฟฟ้ายิ่งต้องแพงแน่ๆ  ไปหาซื้อคอนโดมือสองเก่าๆดีกว่า

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: The Tree อ่อนนุช สเตชั่น การขยับเข้าสู่ย่านใจกลางสุขุมวิท

X2 Huahin Oasis บ้านพักตากอากาศกับผลตอบแทนสูงสุดที่คุณไม่ควรพลาด

4  วิธี เลือกลงทุนซื้ออสังหาฯบ้านพักตากอากาศ ปล่อยเช่าอย่างไร ให้ได้ passive income สม่ำเสมอ และผลตอบแทนสูงสุด

จะลงทุนอะไรดีนะ ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำติดดิน หรือจะนำเงินไปลงทุนตลาดหลักทรัพย์ในตลาด Side way แบบนี้ก็สุ่มเสี่ยง หรือจะทำธุรกิจก็คิดหนักไม่ใช่น้อย

วันนี้ทางเรานำเสนออีก 1 โมเดลธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน อสังหาฯให้เช่า  โอ้แต่มันก็มีเยอะแล้วไม่ใช่หรือ ยังจะมีช่องว่างให้เราลงทุนอีกหรอ ต้องใช้เงินทุนมากคงไม่ไหวกระมัง ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป ลองดูแนวทางรูปแบบการลงทุนก่อนครับ

รูปแบบอสังหาฯให้เช่าอีกประเภทที่ผมว่ายังมีโอกาสอยู่มากมายเลยทีเดียว คือ การซื้อบ้านพักตากอากาศ หรือ วิลล่า ให้เช่าครับยิ่งเป็น บ้านพักตากอากาศในแห่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปกัน เช่น หัวหิน,พัทยา,ภูเก็ต เป็นต้น โอกาสที่เราจะสร้างกำไรจากการให้เช่าทำได้อย่างแน่นอนและผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ว่าแล้วลองมาดู วิธีเลือกลงทุนซื้ออสังหาฯ บ้านพักตากอากาศให้เช่ากันเลยว่ามีอะไรบ้างที่ต้องคำนึง

อ่านรายละเอียดต่อที่ :: X2 Huahin Oasis

The Bangkok ทองหล่อ สถานการณ์บอกคุณค่าได้ดีที่สุด

คุณค่าของสิ่งต่างๆวัดจากอะไร

คนเราจะให้คุณค่าอะไร ตามแต่ประสบการณ์ สติปัญญา วุฒิภาวะ ของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่จะทำให้สิ่งนั้นๆมีคุณค่าขึ้นมา คือ สถานการณ์หรือเหตุการณ์ เช่น คนรวยแล้วจะให้คุณค่ากับครอบครัวและคนรักมากกว่าทรัพย์สิน ในขณะที่คนจนจะให้คุณค่าของทรัพย์สินมากกว่า ไม่แปลกที่คนทั่วไปให้คุณค่ากับทรัพย์สิน แต่ถ้าเค้าไปติดอยู่กลางทะเลทราย เค้าอาจให้คุณค่าของน้ำซักแก้วมากกว่าเงินสิบล้าน ดังนั้น “สถานการณ์” จึงเป็นตัวกำหนดคุณค่าของสิ่งต่างๆได้ชัดเจนที่สุด

ในสถานการณ์ที่ดอกเบี้ยธนาคารต่ำติดดิน หุ้นและทองก็ผันผวนเอาแน่นอนไม่ได้ เพราะตลาดทุนกลายเป็นตลาดของเซียนเกมส์การเงินเข้ามาปั่นกันจนไม่รู้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นคืออะไรกันแน่ ยังมีการลงทุนอย่างนึงที่ยังแน่นอนและมั่นคงที่สุดเสมอมา เหมือนที่มีเศรษฐีนักลงทุนชาวอเมริกันคนนึงเคยกล่าวว่า การลงทุนที่ดีที่สุดในโลกคือโลก “The best investment on Earth is Earth”

สิ่งที่สร้างคุณค่าให้อสังหาริมทรัพย์มากที่สุด คือ โลเคชั่น


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :: The Bangkok ทองหล่อ

Ideo S93 (Sukhumvit 93) ไอดีโอ สุขุมวิท 93

 

Ideo สุขุมวิท 93

Live Energetic

“ใช้ชีวิต ให้สุดพลัง”

ประกาศซื้อ-ขาย Ideo สุขุมวิท 93

คลิกที่นี้

ที่กว่า 9 ไร่ ระหว่างซอยสุขุมวิท 93 และ 95 ห่างจาก BTS บางจากแค่ไม่กี่เมตร กำลังจะถูกเปลี่ยนเป็น คอนโด Ideo Sukhumvit 93 หรือ ไอดีโอ สุขุมวิท 93 แต่เดิมย่านนี้เป็นตลาดที่คนแถวนี้เรียกว่า “ตลาดบางจาก”  อนันดาเหมาซื้อห้องแถวและตลาดย่านบางจาก แต่ก็ไม่ใช่ซื้อทั้งตลาดนะครับ ตลาดส่วนสำคัญๆก็ยังอยู่ ดังนั้นนี่จะเป็นจุดขายที่ดีมากของที่นี่เลย คือมีของกินอร่อยๆติดคอนโดในราคาไม่แพง  มีร้านอาหารและของกินอร่อยๆเยอะมากลองดูข้อมูลจากเว็บ foursquare ได้ตามลิ้งค์เลยครับ  https://goo.gl/7IUy6A

บางคนที่ไม่เคยมาแถวนี้ อาจไม่รู้ว่าแถวนี้มีอะไรดีบ้าง

ย่านบางจากเป็นย่านที่นอกจากจะมีอาหารการกินเยอะและเดินทางสะดวกแล้ว ยังมีอีกจุดนึงที่น่าสนใจคือ บริเวณรอบๆจะมีสำนักงานขนาดใหญ่จำนวนมาก อาทิ กรมขนส่งทางบก, สำนักงานใหญ่ DKSH, M Tower ฯลฯ ถ้าใครลองมาเดินเล่นๆแถวนี้ช่วงวันธรรมดาตอนเที่ยงๆ คุณจะเห็นคนพลุกพล่านมากๆ ไม่แพ้อโศกเลย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :: Ideo S93 (Sukhumvit 93) ไอดีโอ สุขุมวิท 93

ตัวตนที่หายไป

1140

ตัวตนที่หายไป

คุณเคยรู้สึกรึเปล่าว่าตัวเราไม่เหมือนเดิม? ตัวเราที่เป็นทุกวันนี้ เหมือนไม่ใช่ตัวเราอย่างที่เราเคยเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน

 

คำถามคืออะไรที่เปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงนี้มันดีหรือไม่ดี ?

 

โดยส่วนตัวผมมีความเชื่อว่า คนเราทุกคนมี “ตัวตน” เป็นลำดับขั้น การกระทำทุกอย่าง ไม่ว่าเราจะทำอะไร ล้วนแล้วแต่เกิดจากความคิด และความคิดนั้นลึกๆ แล้วเป็นผลผลิตจากความเชื่ออีกทอดนึง  ถ้าเราตัดสินใจไปวิ่งทุกวันเพราะเรา “คิด” ว่าเราอยากไปวิ่ง และที่เราคิดว่าเราอยากไปวิ่งเพราะเรา “เชื่อ” ว่าการออกกำลังกายจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

 

ตัวอย่างข้างบนอาจจะกว้างไปนิด ผมขอยกอีกตัวอย่างนึง คุณรู้ไหม๊ว่าทำไมคนจีนถึงดื่มแต่น้ำร้อน? ขนาดชานมไข่มุกถ้าไม่สั่งเย็นคุณจะได้ชานมไข่มุกร้อนมา เพราะคนจีนส่วนใหญ่คิดว่าคนเราควรกินน้ำเย็นแต่พอดี และความคิดนั้นมาจากความเชื่อที่ว่าการกินน้ำร้อนจะทำให้เลือดไหลเวียนดีและสุขภาพดี ต่างกับน้ำเย็นที่เย็นกว่าอุณหภูมิร่างกายทำให้ร่างกายต้องทำงานหนัก (ถ้าเป็นจริง ร่างกายคนไทยต้องทำงานหนักมาก)

 

ความเป็น”ตัวตน”ที่อยู่ในตัวเรา ยิ่งระดับลึกๆ จะยิ่งเปลี่ยนยากขึ้น การกระทำเป็น”ตัวตน”ระดับบนสุด เปลี่ยนง่ายมาก ถ้าเราอยากเปลี่ยนไม่ไปออกกำลังกาย เราก็แค่เลือกเปิดเว็บโปรโมชั่นบุฟเฟ่นานาชาติแทน เปิดไปเปิดมาไม่นานเราจะชวนแฟนไปกิน แทนที่จะออกกำลังกาย

 

ถ้าเราอยากเปลี่ยนความคิด อันนี้เริ่มไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ถ้าเราอยากเลิกคิดว่าการลงทุนมันเป็นเรื่องยาก เราก็ต้องหาหนังสือมาอ่านเพิ่ม คุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ ความคิดของเราจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเอง บางครั้งแค่เรานอนตื่นขึ้นมาความคิดเราก็ไม่เหมือนกับเมื่อวานก่อนนอนแล้ว

 

ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงความเชื่อ อันนี้ไม่หมูเลย ยากมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้แค่ต้องใช้เวลา ถ้าเราอยากเชื่อมั่นว่าเราจะประสบความสำเร็จได้แน่นอน เราต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียนรู้ ในการฟัง ในการพูดคุยแลกเปลี่ยน และที่สำคัญคือในการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง มันจะทำให้ความเชื่อเปลี่ยนไปได้ในที่สุด  แต่ลึกกว่านั้น ความเชื่อก็ยังไม่ใช่”ตัวตน”ระดับลึกที่สุด ตัวตนระดับที่ลึกลงไปกว่าความเชื่อคือ “จิตวิญญาณ”

 

สำหรับผมแล้วจิตวิญญาณคือตัวตนที่แท้จริงของคนเรา จิตวิญญาณคือสิ่งที่อยู่ในตัวเราลึกๆ ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม หลายๆ คนมีจิตวิญญาณของการรักอิสระ บางคนมีจิตวิญญาณการชอบช่วยเหลือคนอื่น จิตวิญญาณคือตัวตนจริง และจะไม่สามารถเปลี่ยนมันได้ ยังไงมันก็จะยังคงอยู่ในตัวเราเสมอ

 

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ เมื่อเรายังเด็กเราทำตามใจเราอย่างเต็มที่ เราทำตามสัญชาติญาณ และนั่นคือเราทำตาม”ตัวตนระดับจิตวิญญาณ” ของตัวเอง และเราจะไม่เคยรู้สึกอึดอัดกับการกระทำของตัวเองเลย  แต่พอเราโตขึ้น เข้าสู่วัยทำงาน เข้าสู่วัยที่ต้องมีความรับผิดชอบ ดิ้นรนแก้ไขปัญหาต่างๆ มากขึ้น ประสบการณ์ชีวิตที่เราเจอซ้ำไปซ้ำมาหล่อหลอมความเชื่อบางอย่างขึ้นมาโดยเราไม่รู้ตัว เช่นคนบางคนเจอเรื่องแย่ๆ ถาโถมเข้ามาในเวลาติดๆ กัน ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า”โลกมันแย่ เราต้องคอยระวังเสมอ”

 

ไคลแม็กซ์มันมาอยู่ตรงที่ว่า แล้วถ้าความเชื่อที่เรียนรู้มาจากประสบการณ์ใหม่มันดันขัดกับตัวตนที่แท้จริง(จิตวิญญาณ) หละ?

 

ถ้าคนที่เชื่อว่า”โลกมันแย่” ดันมีจิตวิญญาณการมองโลกในแง่ดี มันจะสับสน เราอาจทำตัวตามความเชื่อ แต่ทำไปเรื่อยๆ จะรู้สึกอึดอัดในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก และก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมอึดอัด เพราะถ้าว่ากันตามความเชื่อ เราน่าจะทำถูกแล้ว อารมประมาณสับสนในตัวเอง ไม่มีความสุข แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีความสุข  เชื่อ ที่ขัดกับตัวตนที่แท้จริงของเรานี่เอง เป็นต้นเหตุของ “ตัวตนที่หายไป”

 

หลายๆ คนมีตัวตนดั้งเดิมที่ดีอยู่แล้วนะครับ บางคน positive thinking บางคนเชื่อมั่นในตัวเอง บางคนมีความสุขที่ได้ช่วยคนรอบตัว มันจะน่าเสียดายมากถ้าเราปล่อยให้ตัวตนดีๆ ที่เรามีตั้งแต่เด็กพวกนี้หายไป ตัวตนพวกนี้ไม่ใช่หรอครับที่ทำให้เราเติบโตมาถึงทุกวันนี้ ที่ทำให้เรามีความสุขมาตลอด?

 

ผมอยากชวนให้ทุกคนลองมองย้อนกลับไป กลับไปดึงตัวตนที่แท้จริงของเรากลับมา “เป็นเราแบบที่เราเป็น” คิดให้น้อยลง เป็นตัวเองให้มากขึ้น อย่าให้ความเชื่อใหม่ๆ มาทำให้ตัวตนที่แท้จริงของเราหายไป ให้จิตวิญญาณเดิมของเราเป็นฐาน แล้วสร้างยอดขึ้นไปอย่างมั่นคงด้วยการเรียนรู้ประสบการณ์ สร้างเสริมความเชื่อดีๆ

 

ลองดูนะครับ ผมเชื่อว่าคนเราไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยการเป็นคนอื่น คนทุกคนมีจุดเด่นในความเป็นตัวเองอยู่แล้ว ดึงตัวตนที่แท้จริง ดึงหัวใจเด็กกลับมา สร้างเสริมหัวใจเด็กด้วยประสบการณ์อันโชกโชน  Focus ไปที่การเป็นตัวเองในระดับจิตวิญญาณ(สำคัญมากๆ) และหมั่นสร้างสมความเชื่อที่ดีด้วยการเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะอ่านหนังสือหรือจากประสบการณ์ชีวิต พาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มที่มีความเชื่อที่เราอยากมี ไม่ต้องไปใส่ใจกับตัวตนระดับความคิดและการกระทำมากนัก เพราะความเชื่อและจิตวิญญาณจะนำพาเราไปเอง

ทำได้แบบนี้แล้ว ความสำเร็จพร้อมความสบาย “ในแบบของเรา”คงอยู่ไม่ไกล

 

Have a Nice Day ครับ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :: ตัวตนที่หายไป

สัญญาบ้านเช่าที่รัดกุม 10 ประการ

ผู้เช่าประสบการณ์สูงมีอยู่เยอะ บางคนทำของเสียหายแทบทั้งหมด บางคนเบี้ยวค่าเช่า บางคนหนักกว่า ไม่จ่ายแต่ไม่ออก เราถึงต้องมี”สัญญาเช่าที่รัดกุม” 

1. ควรเซ็นสัญญาเช่า

อันนี้เบื้องต้นเลยครับ บางคนคิดว่าเพื่อนกัน คนกันเอง ไม่ต้องเซ็นก็ได้ มีปัญหากันมาเยอะละครับ บางทีถกเถียงกันเรื่องเล็กๆ จนลามเป็นเรื่องใหญ่ อย่าเอามิตรภาพมาเสี่ยงเลยครับ “เซ็นเถอะ” สบายใจทั้งสองฝ่าย   สำหรับบ้านเช่า การตกลงกันปากเปล่าไม่มีผลอะไรทางกฎหมายนะครับ เราถึงควรจะต้องระบุให้ชัด ยังไงเรียกว่าชัด? มาดูข้อถัดไปกันเลยครับ

2. เรื่องพื้นฐานอย่ามองข้าม

ในสัญญาควรระบุชัดเจนครับ ค่าเช่าเท่าไหร่ จ่ายทุกเดือนหรือยังไง ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าภาษี ใครเป็นคนจ่าย (ภาษีของผู้ให้เช่า ก็ระบุให้ผู้เช่าจ่ายได้ ฟังดูตลกนะครับ แต่ทำได้)   ภาษีมักถูกมองข้าม บางครั้งเจ้าของบ้านประสบการณ์สูงแอบใส่ไว้ในสัญญา ให้ผู้เช่าจ่ายโดยไม่อธิบาย แล้วให้ผู้เช่าเซ็นแบบงงๆ เจ็บกันมาเยอะ ต้องระวังครับ   เรื่องพื้นฐานอีกเรื่องที่เจอกันบ่อยคือ สูบบุหรี่ เลี้ยงสัตว์ และต่อเติมห้อง ระบุให้ชัดครับว่าทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือต้องแจ้งเจ้าของก่อนรึเปล่า

3. ผู้เช่าต้องไม่ให้เช่าช่วงต่อ

เรื่องนี้คนพลาดกันบ่อยมาก โดยปกติคงไม่มีใครคิดว่าจะมีปัญหาเพราะเราก็แค่ให้คนเช่าบ้าน ไม่น่ายุ่งยากอะไร แต่จริงๆ มีปัญหาครับ คุณควรปิดความเสี่ยงตรงนี้โดยระบุลงไปในสัญญาเลยว่าไม่ให้เอาไปใช้เช่าช่วงต่อ ไม่งั้นมีโอกาสที่ผู้เช่าจะไปให้คนอื่นเช่าต่อ เปิดเป็นโรงแรมย่อมๆ คุณจะไม่มีโอกาสคัดคนที่มาอยู่ห้องคุณเลย มีปัญหาอื่นตามมาได้ง่ายๆ เลย

4. ห้ามทำผิดกฎหมาย

อันนี้คนก็พลาดกันบ่อย มันฟังดูเป็น common sense เนอะ “ห้ามทำผิดกฏหมาย” ใครๆ ก็ต้องห้ามทำอยู่แล้ว แต่คุณควรจะระบุลงในสัญญาให้ชัดเจนเลยว่า ห้ามทำผิดกฏหมายและถ้าเกิดอะไรขึ้นผู้เช่าจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยผู้ให้เช่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรับรู้   สำคัญนะครับ คุณลองคิดเล่นๆ ถ้าคนเช่าห้องคุณค้ายาเสพติด เอาห้องคุณเป็นแหล่งเก็บของ มีอะไรขึ้นมาคุณมีโอกาสติดร่างแหได้ง่ายๆ กลายเป็นพ่อค้าโดยไม่รู้ตัว

5. ระบุระยะเวลาและวิธีการต่อสัญญา

สัญญาเช่าบ้านควรมีการระบุระยะเวลาที่ชัดเจนนะครับ กี่เดือนหรือกี่ปี   ถ้าระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนการเช่าที่กรมที่ดินนะครับ ไม่งั้นหลัง 3 ปี สัญญาเช่าจะกลายเป็นกระดาษทิชชู่   ถ้าอยากบอกเลิกสัญญาก่อน ต้องบอกล่วงหน้ากี่เดือน และจะยึดเงินประกันหรือคืน   วิธีการต่อสัญญาก็สำคัญครับไม่ใช่แค่ระยะเวลา เราสามารถระบุได้ว่าถ้าหมดเวลาถือว่าสัญญาจบโดยอัตโนมัติ หรือระบุว่าเป็นการต่ออัตโนมัติ ถ้าไม่มีการแจ้งยกเลิกจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่วงหน้าอะไรก็ว่าไป  ในฐานะนักลงทุน ผมชอบเลือกแบบต่ออัตโนมัติครับ เพราะหลายๆ ครั้งผู้เช่าก็ขี้เกียจคิด ขี้เกียจไปดูที่ใหม่ งานยุ่ง หรืออะไรก็ตาม เค้าจะปล่อยเลยตามเลย เช่าต่อทันที เราก็ไม่ต้องเสียเวลาหาผู้เช่าใหม่

6. เงินประกัน

อันนี้นักลงทุนบางคนจะคิดว่าหยวนๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องรัดกุมมาก แสดงความป๋าให้ผู้เช่ารักเรา ไม่ต้องมีหรือประกันครึ่งเดือนก็น่าจะพอ “อย่านะครับ”   ค่าตกแต่งห้องบางครั้งแพงกว่าค่าเช่าทั้งปี การให้คนอื่นมาอยู่ในห้องนั้นก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว การมีเงินประกันคือการจัดการความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง การลงทุนโดยไม่มีการจัดการความเสี่ยง เหมือนปิดตาเดินอยู่บนยอดเขา  อย่างน้อยที่สุดเราควรมีเงินประกันซัก 2 เดือน เป็นการ screen ผู้เช่าไปในตัวด้วย เพราะถ้าใครไม่มีเงินสดพอจะจ่ายค่าประกัน 2 เดือน “มีโอกาสที่เค้าจะช็อตเงินกลางทาง และจ่ายค่าเช่าเราไม่ได้”

7. ลิสต์รายการพร้อมรูป

อย่างที่บอกครับ ค่าตกแต่งมันแพง เราควรมีลิสของทุกอย่างที่เรามีในห้อง ทำลิสระบุแนบท้ายในสัญญา พร้อมรูปถ่ายสำหรับของที่มีมูลค่า ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้านะครับ ตัวห้อง ผนัง เพดาน กระจก ฝ้า ส่วนประกอบสำคัญของห้องต้องมีครบ  ระบุมูลค่าของแต่ละชิ้นให้ชัดเจน โดยมากผมจะระบุราคาไปในทางสูง แต่ไม่เว่อ เพื่อให้ห้องดูมีมูลค่า ผู้เช่าจะภูมิใจและระวังของในห้อง

8. ของเสียหายใครจัดการ

เมื่อมีคนมาอยู่ ของเสียหายเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ใครซ่อม? เป็นหนึ่งในปัญหา ที่ทะเลาะกันบ่อยที่สุด จนนำไปถึงการเลิกเช่า หรือเรื่องอะไรที่ใหญ่กว่านั้นในที่สุด   ถ้าคุณไม่ได้ระบุในสัญญาว่าใครจ่าย “เจ้าของห้องต้องซ่อมนะครับ” แม้ว่าคนเช่าจะเป็นคนทำพังก็ตาม ส่วนตัวผมมักจะชอบระบุให้ผู้เช่าเป็นคนจ่าย(เพราะเค้าจะรักษาของมากกว่า)  ระบุไปในสัญญาก่อนได้ครับ แต่พอถึงชีวิตจริงเราอาจมีอะลุ่มอล่วย ซ่อมให้เพื่อเป็นการซื้อใจลูกค้าได้

9. ค่าปรับต้องมี

เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด คำนี้จริงเสมอ ในสัญญาต้องระบุวันที่ ที่ต้องจ่ายค่าเช่าชัดเจน พร้อมค่าปรับถ้าจ่ายช้า วันละ 500 บาทหรืออะไรก็ว่าไปไม่ใช่แค่ค่าปรับนะครับ อย่าดูถูกความ Creative ของปัญหา ถ้าเราระบุแค่ค่าปรับวันละ 500 จะเจอผู้เช่าบอกว่า “ได้ ปรับได้ ปรับไป นับไปนะ เอาให้ถึงล้าน แต่ตูไม่จ่ายและไม่ออกด้วย” ทำไงดีหละ?   ในสัญญาควรระบุไว้ครับว่าถ้าผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าเป็นเวลากี่เดือน เจ้าของมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้   แต่ชีวิตจริง มันอาจ Creative กว่านั้น ต่อให้เราบอกเลิกสัญญา ผู้เช่าก็บอกว่า”ได้ เลิกสัญญา ดีเลยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า แต่อยู่ต่อนะ”

10. บอกเลิกสัญญาแต่ผู้เช่าไม่ออกทำไง?

“ยกของเค้าออกไปพร้อมเปลี่ยนกุญแจเลย ง่ายสุด” อย่านะครับ! คุณจะโดนเล่นได้ง่ายๆ ผู้เช่าเค้าฟ้องคุณข้อหาบุกรุกได้ (บุกรุกบ้านตัวเองฟังดูตลกใช่ไหมครับ แต่ใครโดนแล้วอาจไม่ตลก)  แก้เกมนี้ได้โดยระบุไว้ในสัญญาเลยครับ ว่าเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้ให้เช่ามี”สิทธิ” ในการทำอะไรบ้าง ล็อคประตู ยกของออก อะไรก็ว่าไป

สุดท้าย อย่างที่ผมเคยบอก “ทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่มีในโลกธุรกิจ” อย่าอายที่จะทำสัญญาที่รัดกุมครับ เพราะมันคือการแสดงให้ผู้เช่าเห็นด้วยว่าเราเป็นมืออาชีพ โปร่งใส และไม่เอาเปรียบ ข้อตกลงทุกอย่างระบุชัดเจนในสัญญา ให้ผู้เช่าอ่านอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนเซ็น แล้วถ้าผู้เช่าเจอสัญญาแล้วหนีหละ? ยิ้มให้เค้า แล้วส่งแขกครับ คุณควรจะดีใจที่ไม่ได้ผู้เช่ารายนี้มา

ในทางกลับกัน ผู้เช่าคือลูกค้าเรานะครับ สัญญาเช่ารัดกุมได้แต่อย่าเอาเปรียบ มีสัญญาได้แต่ต้องรู้จักผ่อนปรนเพื่อซื้อใจลูกค้าในโอกาสที่เหมาะสม อย่าตึงและอย่าหย่อยเกินไป การรักษาสมดุลเป็นศิลปะของการลงทุน

อ่านต่อที่ : สัญญาบ้านเช่าที่รัดกุม 10 ประการ